เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553  ณ ที่ทำการเมืองแกลงคาบาน่า ในวันนั้นได้มีการนัดหมาย เพื่อมาประชุมกันอย่างไม่มีวาระ ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยมีท่านนายกฯ สมชาย จริยเจริญ คุณหมอแขกและคุณน้อย ผู้ผลิตผักปลอดสารพิษตัวจริง คุณแป๊ะจากชมรมร้านอาหาร สท.หมอจ๋ำประธานชุมชนดอนมะกอกพร้อมลูกบ้านอีก 2 คน คือ คุณป้าพิธี และคุณป้าพรรณ และยังมีคุณลุงไพรวรรณ ลูกบ้านจากชุมชนพลงช้างเผือก ที่ให้ความสำคัญ กับการปลูกผักปลอดสารพิษ เป็นชีวิตจิตใจ

โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักจะเข้าใจผิดถึงพื้นที่บริเวณบ้านตลาดสามย่าน ว่าจะต้องอยู่แค่ถนนสุนทรโวหาร ถนนเทศบาล 1,2,3 หรือบริเวณวัดสารนารถถึงแยกตลาดป้ายทัมใจ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าบ้านตลาดสามย่านเรา ยังมีพื้นที่อีกมากมายไล่มาตั้งแต่บ้านหนองแหวน เลาะลงตามชายคลองมาออกยังบ้านโพธิ์ทอง ยาวมาอีกหน่อยถึงบ้านดอนมะกอก วกออกมาเจอแหลมยาง ข้ามมาเจอแหลมท่าตะเคียน เอี้ยวมาฝั่งซ้ายไปพลงช้างเผือก แล้วออกหนองควายเขาหัก และประสบกันที่บ้านเจริญสุข จากหมู่บ้านที่เอ่ยมาแค่ชื่อของหมู่บ้านในตลาดสามย่าน ก็ทำให้รู้สึกว่าดีใจจังที่ชื่อแต่ละชื่อบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ ของแหล่งน้ำและผืนดินที่มีมาแต่ครั้งบรรพบุรุษของเรา




แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ธรรมชาติเท่านั้นที่ดูแลเรา เราจะต้องคืนความสำคัญ ให้กับธรรมชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำหรือผืนดิน ที่ทำการเมืองแกลงคาบาน่า หรือชื่อเต็ม ๆ เค้าเรียกกันว่า “ศูนย์ประสานงานเครือข่ายการเรียนรู้ ด้านการจัดการเมืองและสิ่งแวดล้อม ประจำภาคตะวันออก”  ที่นี่มีการจัดการของเสียที่น่าอัศจรรย์เหลือเกินจากขยะตามบ้านเรือน ตลาดสด มาทำการคัดแยก เพื่อเอาขยะสดไปเข้าเครื่องบดย่อยที่มีชีวิต นั่นคือ หมูหลุมตัวอ้วน ๆ  แพะรูปร่างน่ารัก ๆ ตัวอ้วนพลีไม่แพ้หมูหลุม และกระต่ายน้อยตัวอวบอิ่มเช่นกัน  ในเมืองแกลงคาบาน่าไม่ได้มีเพียงเท่านี้    ที่นี่ยังมีศูนย์ต่าง ๆ ไม่ว่าศูนย์การเลี้ยงไส้เดือน เพื่อใช้ปุ๋ย ศูนย์การผลิตก๊าซ ศูนย์การผลิตปุ๋ยหมัก ทุก ๆครั้ง ที่ได้เข้าไปในเมืองแกลงคาบาน่า ก็ยิ่งหรรษาไปกับการเรียนรู้ในศูนย์ต่าง ๆ 
และที่พิเศษสุด คือศูนย์การผลิตน้ำจุลินทรีย์ ที่การใช้น้ำจุลินทรีย์นี้จะคืนชีวิตให้แก่ธรรมชาติ  โดยน้ำจุลินทรีย์นี้ จะมีถังวางอยู่ตามจุด เพื่อปล่อยน้ำจุลินทรีย์ในการย่อยสลายของเสียในแม่น้ำลำคลอง
ซึ่งเมื่อเราให้การดูแลรักษาแหล่งน้ำ รักษาผืนดินแล้ว ในการที่เราจะใช้แหล่งน้ำ ใช้ผืนดินในการดำรงชีวิต ธรรมชาติเหล่านี้ก็คงจะไม่ขัดข้องแต่อย่างใด  ยิ่งเมื่อเราจะใช้ผืนดินในการปลูกผัก เพราะผักที่เราจะปลูกขึ้นมานั้น ยังเป็นผักที่จะปลอดสารพิษ ซึ่งพื้นที่เราก็มีมากไม่ว่าจะบ้านหรือชุมชน ต่าง ๆ ในบ้านตลาดสามย่านหรือว่าบ้านใครมีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด ก็หันมานำวัสดุเหลือใช้มาใช้ในการเพาะปลูกผักปลอดสาร เช่น ยางรถยนต์ หรือกะละมังผุ ๆ เก่า ๆ ก็ได้  เพื่อที่ว่าผักที่เราปลูกขึ้นเองนั้น เราจะได้รู้ว่าผัก ของเราไม่มีสารจากย่าฆ่าแมลงอย่างแน่นอน คุณน้อยให้ความเห็นว่า อยากให้ทุกคนหันมามองในเรื่องของการดำรงชีวิต การใช้สารเคมี มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร อยากให้คนส่วนใหญ่เข้าใจถึงธรรมชาติ และยังบอกอีกว่าการปลูกผักปลอดสารพิษนั้นจะต้องมี “ใจ” ให้กับการดูแลผัก ที่ปลูก คือ เมื่อเห็นแมลงมาเกาะกินใบ ก็ไม่ควรที่จะใช้ยาฆ่าแมลงเพียงอย่างเดียว
ยังมีวิธีการกำจัดโดยใช้วิธีธรรมชาติอีกหลากหลาย และคุณน้อยยังเพิ่มเติมมาถึงผู้ที่สนใจว่า ยินดีที่จะให้คำแนะนำ และสอนถึงวิธีการผลิตปุ๋ยและน้ำจุลินทรีย์แก่ผู้ที่สนใจ ไม่เพียงเท่านี้ คุณหมอแขกยังบอกอีกว่า ต้องการกลุ่มที่จะทำการนี้อย่างจริงจัง เพื่อการดำเนินชีวิตจะได้มีคุณภาพอย่างเต็มที่ และอีกไม่นานอนาคตข้างหน้า บริเวณสนามกีฬา ฯ ท่านนายก ฯ สมชาย จะเปิดเวทีสำหรับคนรักสุขภาพ  เพื่อเราจะได้พบกับขั้นตอน และกรรมวิธี ในการผลิตผักปลอดสารพิษที่แท้จริง  คุณแป๊ะในฐานะที่เป็นคนแปรรูปอาหาร ก็มีความยินดีในโครงการ ปลูกผักปลอดสารพิษนี้ที่จะทำให้คนในสามย่านมี และได้รับอาหารที่ปลอดสารพิษ จริง ๆ และตอนท้ายก่อนจบ คุณลุงไพรวรรณยังเล่าเหตุการณ์ ของการให้หมูที่ตนเลี้ยงกินผลมะเขือเทศสุกแดงที่น่ากิน ที่ได้มาจากแม่ค้าในตลาด คุณลุงบอกว่าท่านให้มะเขือเทศแก่หมูกินแค่ 2 ผล หมูของคุณลุงนั้นชักอย่างรุนแรง
ท่านต้องใช้ไข่ขาวในการล้างพิษให้กับหมูของท่าน  ซึ่งเราก็ต้องหันกลับมาคิดแล้วว่า เมื่อไหร่กันที่ชีวิตเราจะเจอ กับเหตุการณ์แบบนี้ ที่รับประทานอาหารไปแล้วไม่รู้ว่าจะมีสารพิษใดมาเจือปนกับอาหารที่เรารับประทานหรือเปล่า เริ่มใหม่กันเถอะเพื่อชีวิตของเรา หันมาปลูกผักปลอด (สาร) พิษรับประทานกันเถอะ เพื่อตัวท่านเองและครอบครัว ที่น่ารักของท่าน ทั้งยังรวมไปถึงบุคคลที่ส่วนร่วมในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้!!!!...

แผนที่เขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง