ท้องอิ่ม...คือปัจฉิมสุดท้ายของผักบุ้ง

         เธอเห็นผักบุ้งนั่นไหม เห็นสิ่งใดภายใต้ใบสีเขียว
ยี่สิบห้าวันผ่านไปประเดี๋ยวเดียว คือนั้นเชียว อาหารให้เรากิน
         เธอเห็นผักบุ้งนั่นไหม งามอวบใหญ่เพราะได้ปุ๋ยในถิ่น
จากขยะอินทรีย์ที่เหลือกิน บำรุงดินเลี้ยงพืชให้เติบโต
         เธอเห็นผักบุ้งนั่นไหม มันทานได้ใช่ว่าของดูโก้
ลงความคิดลงแรงไม่อดโซ  เมืองเติบโต อพิโถ ต้องซื้อกิน
         เธอเห็นผักบุ้งนั่นไหม  เกิดมาได้จากนี่ไง..ธรณินทร์
ขอดินดีสี "ดำ...ทั้งแผ่นดิน" และวารินประทินเมืองให้เฟื่องฟู
เรื่องราวการเดินทางของผักบุ้ง คือตัวอย่างของการทำเกษตรเมือง หรือเกษตรของบ้านในเมือง โดยอาศัยการนำของเหลือใช้ให้กลับมาเป็นประโยชน์ในรูปของปุ๋ยเพื่อบำรุงดิน เพื่อให้ดินสร้างอาหารกลับมาให้เรา  เราจะได้ทานพืชสด ๆ จากดินโดยไม่ต้องกินซากพืชที่ขนมาจากที่อื่นซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน ปลูกอย่างไร  เราจะได้ความสวยงามเขียวชอุ่ม ได้ลดการเดินทางของอาหาร (Food miles) ได้ช่วยลดโลกร้อน

 

...ความเดิมจากตอนที่แล้ว...

เมื่อพบว่าริมร่องระบายน้ำที่มาจากการล้างลานเครื่องบดย่อยขยะอินทรีย์นั้น มีธาตุอาหารอันอุดม โดยสังเกตได้จากความงามของพุทธรักษา กับจำนวนไส้เดือนบริเวณริมร่องน้ำนี้ และเพราะมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา

จึงหว่านเมล็ดผักบุ้งตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม จากนั้นมันก็เริ่มยืดรากยืดขา สร้างลำต้น ใบมาโดยลำดับ ตามภาพที่ถ่ายทำแบบบ้าน The star ยังไงยังงั้นเลย

พวกเมล็ดพืชนี้ก็แปลก เวลาอยู่ในถุง อยู่ในร้านมันไม่มีอาการขยับ หรือเติบโตให้เห็นเลย คงจำศีลอยู่แต่ในเปลือกที่ห่อหุ้มมันอยู่ยังไงยังงั้น ครั้นพอได้อยู่กับดิน อุณหภูมิ ความชื้นที่พอเหมาะ มันกลับเกิดเป็นต้นขึ้นมาได้

คิด ๆ แล้วน่าจะเอามัมมี่ที่อียิปต์มาทดลองวิธีนี้บ้าง เผลอ ๆ อาจจะลุกขึ้นมาได้อีกครั้งใครจะไปรู้ ขนาดเมล็ดข้าวอายุสามพันปีที่เวียดนามยังสามารถงอกเป็นต้นได้เลย  

June 15, 2010