| ข้อสำคัญคือ แนวถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างจังหวัดระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราด ที่เรารู้จักกันในชื่อว่า "ถนนบูรพาชลทิศ" นั้น มีจุดเริ่มต้นในเขตอำเภอแกลงที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่ บนถนนสายสุนทรภู่ ซึ่งตัดเข้าหาพื้นที่เขตชุมชนหนาแน่นของเทศบาลตำบลเมืองแกลงบริเวณวงเวียนใน ก่อนที่จะเลือกไปออกถนนสุขุมวิท หรือไปใช้เส้นทางสายพลงช้างเผือกเพื่อลัดเลาะชายฝั่งทะเลไปจนถึงจันทบุรี และตราดได้ในที่สุด ปริมาณยานยนต์จึงเพิ่มขึ้นจากการมีการคมนาคมที่ดี
สภาพการณ์ดังกล่าว จึงส่งผลให้ถนนเทศบาลด้านทิศใต้ถนนสุขุมวิท มีปริมาณยานยนต์เพิ่มมากขึ้นมาก แม้ว่าเทศบาลฯ จะได้พยายามวางมาตรการหลายอย่าง อา่ทิ การออกเทศบัญญัติการจัดระเบียบการจอดยานยนต์ ปีพ.ศ.๒๕๕๐ เพื่อเข้มงวดวินัยจราจรยิ่งขึ้น การส่งเสริมให้ประชาชนทำที่จอดรถให้เช่าในเขตชุมชนหนาแน่น การขอความร่วมมือให้ออกแบบที่จอดรถสำหรับบ้านที่มีบริเวณเหลือ รวมถึงการนำรถขนส่งเมืองแกลง (ขสมก.) มาวิ่งให้บริการถึง ๔ คันเพื่อลดจำนวนยานยนต์ส่วนตัวลง แต่เป็นที่แน่นอนว่า ยังมีความจำเป็นต้องมีมาตรการให้มากไปกว่านี้ จึงจะสามารถแก้ปัญหาความแออัดคับคั่งของยวดยานลงได้
เทศบาลฯ จึงได้พิจารณาเรื่องการสร้่างสะพานแห่งใหม่ขึ้นบริเวณแหลมท่าตะเคียน เนื่องจากหากวัดระยะทางทางน้ำ ระหว่างสะพาน๑๐๐ ปีบ้านตลาดสามย่าน (สะพานฝั่งธน) ซึ่งอยู่ในเขตเมืองชั้นใน มีการจราจรคับคั่ง กับสะพานที่บ้านท่ากะพัก ห่างกันถึงร่วม ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งทำให้ขาดการเชื่อมต่อการเดินทางในลักษณะการช่วยระบาย การจราจรระหว่างสะพานทั้งสองแห่ง
หากสามารถก่อสร้่างสะพานเพิ่มขึ้นที่แหลมท่าตะเคียน และก่อสร้างถนนไปเชื่อมกับชุมชนบ้านแหลมยางที่โค้งยายนาง สะพานแห่งนี้จะช่วยให้นักเรียนและคนในระบบโรงงานตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ไปมาระหว่างชุมชนวัดพลงช้่างเผือกกับเส้นทางด้านทิศตะวันออกของเมืองได้สะดวกขึ้น สามารถไปโรงพยาบาลและสถานีตำรวจได้สะดวกรวดเร็วขึ้น... โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปแออัดกันในเขตเมืองชั้นในแต่อย่างใด
ทั้งนี้ หลักสำคัญคือ เมื่อได้ทำสะพานและถนนดังว่านี้แล้ว ยังต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เมื่อสามารถระบายการจราจรให้ออกไปนอกเมืองได้ ในมุมกลับกัน สะพานและถนนดังกล่าว ก็สามารถพายานยนต์เข้ามาแออัดเบียดเสียดในเมืองได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ต้องประเมินว่า อะไรจะเหมาะสมกว่ากันต่อไป |