การสร้างพระพุทธปฏิมากรเป็นพระประธาน
ณ มหาปูชนียสถาน วัดสารนารถธรรมาราม
อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
----------------------------
ควรทราบเพื่ออนุโมทนา ดังต่อไปนี้
ประกอบพิธีปั้นหุ่นและหล่อที่วัดสัมพันธวงศ์
พระนคร เมื่อวันศุกร์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะโรง จลศักราช ๑๓๐๔ (ร.ศ.
๑๗๑) ตรงกับวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เวลา ๐๗.๔๘ - ๐๘๐๗ น. ต่อมาให้โหรผูกดวงถวาย
ทั้งดวงพระพุทธเจ้า และดวงพระพุทธรูปไว้ตามนิยม ดังนี้
ดวงพระพุทธเจ้า |
|
ประสูติ ณ วัน ๔๑๕ฯ ๖ ค่ำ
ปีจอ
อัฎฐศก ศักราช ๖๘ เวลา ๕ โมงเช้า ๑๑ น.
ก่อนคริสตศักราช ๖๒๒ ปี |
ดวงพระพุทธรูปฏิมากร |
 |
| ๑ |
|
| ๘ |
มหาจักรมีอำนาจ คนบูชานับถือมาก |
| ๐ |
|
| ๕ |
|
| |
เป็นราชาโชค ดีมาก ให้ความเจริญเกียรติศักดิ์ |
| ๖ |
|
|
รุ่งโรจน์ และพระเคราะห์เต็ม ๔ ทวาร มีอำนาจปราศจากโทษภัย
นอกนั้นยังมีส่วนดีอีกมากฯ
หน้าพระเพลา
๑๗๔ เซ็นต์ ถ้าวัดสุดข้างพระเพลา ๑๘๐ เซ็นต์สูงแต่บัวที่ประทับสุดพระรัศมี
๒๔๐ เซ็นต์ บัวและหน้ากระดานรับบัวสูง ๓๘ เซ็นต์ รวมเป็นสูง ๒๗๘ เซ็นต์
ทองประสมที่หล่อหนักประมาณ ๑๕๐๐ กิโลกรัม
ขอขนานนามถวายพระประธานองค์นี้ว่า |
| พระพุทโธจอมมุนี |
ประเสริฐศรีสารสิทธิ์ |
| มเหศักดิ์อัคคฤทธิ์ |
กรุณามหาศาล |
| ศุภลักษณ์เจริญจิต |
ศุภมิตรพิชิตมาร |
| อิทธิพลมงคลการ |
ประสาธน์สุขทุกข์กษัย |
| สุทธิญาณอุดมเดช |
โลกเชฏฐ์อำนวยชัย |
| เกษมสันติ์นิราศร้าย |
บรมนารถศาสดาฯ |

พระประธานองค์นี้
อุบัติขึ้นเนื่องด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมใจกันสร้างวัดสารนารถธรรมาราม
และสร้างพระอุโบสถงดงามขนาดใหญ่ เป็นมหาปูชนียสถาน พระประธานประจำพระอุโบสถ
ก็จะต้องสร้างให้ใหญ่และงดงามสมควรกัน และให้เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ด้วย
เพื่อให้กุลบุตรกุลธิดา ผู้รู้เห็นนมัสการเกิดศรัทธาปสาทะ และนิยมประพฤติธรรมสัมมาปฏิบัติ
ให้เจริญด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข สมเป็นพลเมืองดี ซึ่งจะเป็นกำลังของประเทศชาติศาสนาต่อไป
เมื่อปรารภขึ้น
ก็มีผู้ศรัทธาจะสร้างถวายถึง ๒ ราย แต่เห็นว่าอุโบสถมหาปูชนียสถานนี้
มีเจ้าของร่วมใจกันสร้างมากคน ถ้าผู้สร้างโบสถ์ไม่มีส่วนสร้างพระประธานด้วยดูไม่สมควร
เกรงว่าบางคนจะเสียใจ
อนึ่งเกรงว่า
ถ้าได้พระประธานไม่ใหญ่ หรือไม่งดงามตามประสงค์ ก็จะไม่ได้ความเจริญใจ
ประชาชนผู้ได้ทัศนาสักการะ ก็จะไม่เลื่อมใสศรัทธา จึงขอให้ร่วมใจร่วมทุนกันสร้าง
ทำการหล่อที่วัด สัมพันธวงศ์ เพื่อจะได้มีโอกาสติชมทักท้วงแก้ไข ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ต้องการ
เมื่อสืบราคาจากช่างและหารือกันดูแล้วจึงได้ดำเนินการให้จ้างช่างหล่อพระประธาน
ในขั้นแรกหน้าพระเพลา ๑๕๖ เซ็นต์ สูง ๒๓๐ เซ็นต์ สุดรัศมีหล่อติดกับฐานบัวคว่ำบัวหงายเป็นแท่นพุทธอาสน์
ราคาทั้งค่าทอง ค่าหล่อ ค่าขัดเสร็จรวม ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
เริ่มแต่วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ กำหนดหล่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ เวลา
๐๗.๐๐ น. ถึง ๐๗.๔๐ น. แต่หล่อไม่สำเร็จ สันนิษฐานกันว่า ด้วยเหตุเผาหุ่นไม่สุกดี
ทองจึงติดไม่ดีต้องทำพิธีหล่อใหม่ ในขั้นต้นช่างคนที่หล่อเสีย จำนงจะทำการหล่ออีก
อุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติม ศรัทธามารับ จะจัดการหล่อถวาย จึงยังไม่กล้าอนุญาต
แต่ต่อมาช่างเก่าที่รับทำกลับใจรวนเรไม่รับ จึงไปสืบหาช่างใหม่ขยายหน้าพระเพลาโตขึ้นอีก
๘ เซ็นต์ เท่ากับกำลังเทวดา ๑๐๘ บวกพระพทุธคุณ ๕๖ เป็น ๑๖๔ เห็นว่าจะเหมาะดี
และหล่อพระอัครสาวกทั้ง ๒ องค์ สูงองค์ละ ๑๘๐ เซ็นต์ด้วย หล่อแต่งเรียบร้อย
เฉพาะค่าแรงพระประธาน ๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) พระสาวก
๒ องค์ ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ๓ องค์ ค่าขัดอีก ๓๐,๐๐๐
บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ทองเป็นของทางวัด ปั้นหุ่นพระประธานและพระอัครสาวกประกอบพิธีหล่อที่วัดสัมพันธวงศ์
เมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๗ มกราคม
พ.ศ. ๒๔๙๕ เวลา ๐๘.๒๗ น. เป็นปฐมฤกษ์หล่อ แต่ทำการหล่อ พระประธานไม่ทัน
คงหล่อแต่พระอัครสาวกทั้ง ๒ องค์ ใช้ทองหนักราว ๕๐๐ กิโลกรัม เมื่อชนวนตัดแล้ว
ก็คงเหลือราวองค์ ๒๐๐ กิโลกรัม โหรผูกดวงถวายตามนิยมดังนี้
 |
พระลักขณาสถิตย์ราศีกุมภ์
วาโยธาตุ เมื่อเททองรู้สึกเย็นสบายใจ และมีสัตว์ เช่น นกมาเป็นนิมิตรก็ได้
(ครั้นเวลาหล่อ มีนกฝูกหนึ่งบินผ่านมาให้ฤกษ์จริงๆ) ราหูเป็นเกษตรมีสง่าน่าเกรงขาม
ราชครูเป็นเกษตรมี
หลักธรรมมั่นคง จันทร์เป็นมหาจักร เป็นที่นิยมของคน
ชั้นสูงและคนทั่วไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง และเป็นเสน่ห์แก่ปวงชนอย่างมหัศจรรย์
เสาร์เป็นอุจจาวิลาศ เป็นที่สักการะบูชาของประชาชน ให้เกิดลาภ พุธอาทิตย์
ร่วมกันในราศีราชครู ทำให้ผู้สักการะบูชามีปฏิภาณความรู้เฉียบแหลมดี |
ส่วนการสร้างพระประธาน
ต้องเลื่อนเวลาไปอีก ๓ วัน คือวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ ตรงกับวันที่
๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ กำหนดว่า เวลา ๑๗.๐๐ น. เศษ แต่หุ่นไม่สุกและทองก็ยังไม่ได้ที่
เลยกำหนดไปราวเวลา ๑๙.๓๗ น. จึงได้หล่อ การหล่อทำช้าไป ทองมิ่นมากไม่ติดบริบูรณ์อีก
เป็นเสียการ ต้องจ่ายทุนไปหลาย ทั้งนายช่างผู้ทำหุ่นจัดการหล่อ และทางวัดจัดพิธีต่างๆ
ในการหล่อ แต่นายหลัดเป็นช่างที่มีนิสัยดี ผิดชอบรับเต็มที่ พูดกันตรงๆ
ไม่อ้างเลสใดๆ รู้ว่าเพราะคนงานที่หาไว้ ๓๒ คน มาทำงานตามนัดเพียง ๑๖
คน จะจัดการแก้ไขไม่ทันงานจึงเสีย ก็รับตรงๆ ว่าผิดพลาดบกพร่องไป ต้องจ่ายไปมากก็ยอมขาด
ฝ่ายเราก็เห็นใจ เป็นอันว่าจะจัดการหล่อกันใหม่แต่สงสัยว่าหล่อ ๒ คราวไม่ดี
คงจะโตยังไม่เต็มที่ หรือ ปางนั้นไม่เหมาะ จึงคิดจะสร้างให้โตขึ้นกว่าเก่าอีก
๑๐ เซ็นต์ เท่าทสพลญาณ เป็น ๑๗๔ เซ็นต์ และหล่อองค์กับบัวติดกัน เมื่อหล่อ
๒ คราวก่อนปางมารวิชัยคงจะไม่เหมาะคราวนี้จึงเปลี่ยนเป็นปางสมาธิ แต่ยังไม่ทันจะได้
จัดการอย่างไรลงไป อุบาสิกบุญเรือน โตงบุญเติม ทราบว่าหล่อพระประธานติดไม่บริบูรณ์
จึงมาแสดงความปราถนาจะช่วยจัดการหล่อถวายอีก แต่ทางวัดยังไม่ทราบว่าจะหาช่างไหน
นายช่างหลัดจะขัดข้องอย่างไรหรือไม่จึงต้องรอปรึกษากันดูก่อน เมื่อปรับปรุงความเข้าใจกันดีแล้ว
จะไม่มีใครต้องเสียใจ จึงอนุญาตให้อุบาสิกาบุญเรือน ดำเนินการจัดสร้างต่อไป
อบุาสิกาบุญเรือนจึงบอกพวกน้องให้ทราบ เพื่อรวมกำลังกันและจัดการให้สำเร็จด้วยดีตลอดมา
เมื่อนายหลัดได้ทราบแน่ว่า จะได้เป็นช่างทำการสร้าง พระประธานต่อไปแน่แล้ว
จึงได้มาขอบอกเลิกสัญญาเก่าพระอัครสาวกที่หล่อแล้วก็ถวาย ไม่ขอคิดค่าอะไรทั้งหมด
ขอทำสัญญาใหม่เฉพาะพระประธาน ทั้งปั้นหล่อและขัดเสร็จราคา ๖๐,๐๐๐ บาท
(หกหมื่นบาทถ้วน) หนา ๑ เซ็นต์ ใช้ทองที่หล่อประมาณ ๑๖๐๐ กิโลกรัม แต่ขัดตัดชนวนแล้วก็คงเหลือราว
๑๕๐๐ กิโลกรัม เมื่อตกลงกันแล้วก็จัดการปั้นหุ่น หล่อที่วัดสัมพันธวงศ์อีกต่อไป
กำหนดหล่อใหม่วัน ๖ฯ๑๐๙ ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
เวลา ๐๗.๔๘ - ๐๘.๐๖ น. ซึ่งได้แสดงไว้ตอนต้นแล้ว คราวนี้นายช่างจัดการทมัดทแมงยิ่งขึ้น
รีบจัดการให้หุ่นเสร็จทันการณ์ ปั้นหุ่นให้โตเต็มขนาดผึ่งผาย เมื่อหล่อขัดแล้ววัดหน้าพระเพลา
๑๗๔ เซ็นต์ แต่ถ้าจะวัดถึงสุดข้างพระเพลาก็กว้างถึง ๑๘๐ เซ็นต์ นับว่าทำได้ดีถึงขนาดโดยไม่ได้ขอร้อง
นอกจากจะทักท้วงให้แก้ลักษณะบางแห่ง เวลาหล่อคราวนี้ นายช่างหลัดเตรียมคนไว้ทำงานในพิธีหล่อถึง
๖๔ คน และก็มาครบจำนวน จึงมากกว่าคราวก่อนถึง ๔ เท่า พอถึงฤกษ์หุ่นพระก็สุกทองก็ได้ที่
ฤกษ์ที่กำหนดคราวนี้ก็กำหนดกันเอาเอง โดยให้ธรรมบันดาลไม่ได้ให้โหรหาฤกษ์เหมือน
๒ คราวที่แล้ว พิธีต่างๆ ก็ตัดให้น้อย ไม่มีมหรสพไม่มีสวดพุทธาภิเศกอีก
เพราะสวดกันมา ๒ คราวแล้ว เป็นแต่มีพระสงฆ์ ๘๓ รูป สวดมนต์ตอนค่ำ เวลาเริ่มสุมทองและเช้าถึงฤกษ์หล่อมีพระสงฆ์สวดชยันโต
๓๐ รูป มีสายสิญจน์วงรอบบริเวณพิธี เวลาหล่อก็ถือสายสิญจน์เฉพาะพระที่สวดชัยมงคล
และอาตมาผู้ถือไม้แตะคานหามเบ้าทองอธิษฐานในการหล่อ ประชาชนนอกนั้นทั้งชายหญิงมีอุบาสิกาบุญเรือนเป็นผู้นำ
ให้พร้อมกันสำรวมใจอธิษฐาน ให้การหล่อประธานสำเร็จด้วยดีมีคุณภาพ ศักดิ์สิทธิ์
ด้วยอ้างคุณพระรัตนตรัยตามที่ตนถนัด ไม่ต้องถือสายสิญจน์ ต่อมาปรากฏว่าการหล่อเป็นไปเรียบร้อยบริบูรณ์
ได้ผลดีสมประสงค์ ในการหล่อพระพุทธรูปคราวนี้ มีผู้สังเกตเห็นสิ่งที่เป็นมงคลต่างๆ
เช่น แสงสว่างพิเศษที่บริเวณทำพิธีหล่อเป็นต้น.
เมื่อรื้อหุ่นนอกดูว่ารู้ดีแล้ว
ช่างก็เตรียมขัด ลงมือเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็นต้นมา โดยมากขัดวันละ
๒ - ๓ คน ๕ เดือนจวนแล้ว เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เที่ยงแล้ว
จึงทำการถวายพระเนตรจำลอง มีสวดชยันโตราว ๓๐ รูป คงจะขัดเสร็จในต้นเดือนกุมภาพันธ์กำหนดถวายพระเนตรที่แท้จริง
ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖ มีการบำเพ็ญกุศลถวาย พร้อมด้วยมหรสพสมโภช
๕ วัน ๕ คืน แล้วรอโอกาสว่า อุโบสถวัดสารนารถที่สร้างค้างอยู่ จะหล่อพื้นหล่อทำชุกชีสร้างพระแท่นพุทธอาสน์แล้วเมื่อไร
จะจัดการสมโภชแห่งพระพุทโธจอมมุนีนี้ไปประดิษฐานเป็นประธาน ที่พระอุโบสถวัดสารนารถนั้นฯ
พระพุทธประธานองค์นี้ ประกอบพิธีหล่อถึงสามคราวจึงสำเร็จ นับว่าพระองค์นี้อุบัติขึ้นในโลกได้ยากอย่างยิ่ง
สมจริงตามพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ว่า กิจ?โฉ พุท?ธานมุป?ปาโท ความบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายอันสัตว์ได้โดยยาก
ซึ่งทรงหมายถึงความลำบากในการทรงพระสร้างบารมีสามสิบทัศน์ให้บริบูรณ์
ต้องใช้เวลานานถึง ๔ อสงไชยแสนกัลป์เป็นอย่างน้อย จึงจะเป็นพระสัมมนาสัมพุทธเจ้าได้ถึงเป็นพระสาวกพุทธ
ก็ต้องมีใจเด็ดเดี่ยว กล้าเสียสละเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น ด้วยปฏิสันถารอนุเคราะห์
บูชา ไมตรี และเพื่อบรรเทาความตระหนี่ อาลัย ตั้งแต่ให้ของเล็กน้อย ของเลว
ของปานกลาง ของดี ของที่รักใคร่ จนที่สุดแม้ชีวิตก็ยอมสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
หรือเห็นแก่ธรรมคือพระโพธิญาณ ซึ่งจัดเป็นทานบารมี ทานอุปบารมี ทานปรมัตถบารมี
ประกอบด้วยมีใจเข้มแข็ง รักษาปรกติกาย วาจาใจให้เรียบร้อยด้วยเจตนา อธิษฐาน
สมาทานตามฐานะ ไม่ให้เศร้าหมองด่างพร้อยขาดวิน ด้วยใช้วินัยสังวร ระวังตามวินัย
อินทรีสังวร ระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้าย ขันติสังวร
ระวังด้วยการ อดกลั้นทนทาน สติสังวร ระวังด้วยสติระลึกรู้ก่อนที่จะทำ
พูด คิดและต้องแกล้วกล้า หักใจจากความรักใคร่สนุกสนานประการต่างๆ เช่น
ถือบวชบำเพ็ญพรตกำหนดรู้อารมณ์ด้วยปัญญาความเพียร ความอดกลั้น ทนทาน
ให้เห็นความจริงประจักษ์ด้วยความจริงใจ มีความมุ่งหมายคุณประโยชน์ หรือสารธรรมถูกชอบแล้วสามารถตั้งใจมั่น
อธิษฐานเป็นหนึ่งไม่ถอยหลังพร้อมด้วยเมตตาที่จะช่วยตนและคนอื่นให้เป็นสุข
และพ้นทุกข์ภัย แม้มีทุกข์ยากขัดข้องใดๆ ก็พยายามที่จะไม่หวั่นไหวไปตาม
คือเพ่งพินิจอยู่แต่กิจการอันเป็นหน้าที่ของตน ไม่พรั่นพริงต่อทุกข์ยากลำบากนั้นๆ
ดังนี้จึงจะสมควรเป็นผู้ที่ตรัสรู้เป็นอนุพุทธ เป็นอริยสาวกได้ ถ้าหากไม่ก็จะต้องเป็นปุถุชน
หรือกัลยาณชนเป็นพระสงฆ์ก็เป็นสมมติสงฆ์ ไม่ใช่พระอริยสงฆ์ ดังนี้ ความเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายจงยากนัก
พระพุทโธจอมมุนีองค์นี้ บังเกิดได้ยาก ก็ด้วยมากคนตั้งใจมุ่งหมายจะให้เป็นพระศักดิ์สิทธิ์
ดีอย่างยอดเยี่ยม สมกับอุโบสถที่ใหญ่และงดงาม ประกอบด้วยประณีตศิลป์
ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุชั้นดีเยี่ยมด้วย ด้วยมุ่งคุณหลายสถาน คือ
๑. ให้สร้างขนาดใหญ่ หน้าพระเพลาถึง ๑๗๔ เซ็นต์
๒. ให้งดงามพร้อมด้วยมหาปุริสลักษณะ
๓. แสดงแววฉลาดเป็นมหาบัณฑิต สมเป็นจอมปราชญ์
๔. เข้มแข็งองอาจมั่นคง
๕. บริสุทธิ์ผ่องใสงามสง่า
๖. พร้อมด้วยพระเมตตากรุณาพริ้มพรายจูงใจผู้ทอดทัศนาให้ศรัทธาเลื่อมใส
๗. สมเป็นพระธรรมราชา เป็นศาสดาเอกในโลก
๘. เป็นศิริมงคลแก่ผู้เคารพบูชา สักการะ
๙. มีอิทธิฤทธิ์เดชามหานุภาพ ปราบปรามชั่วร้ายให้กลายเป็นดีไม่มีภัยเวร
๑๐. ศักดิ์สิทธิ์สามารถดลบันดาลประโยชน์สุข |
 |
ซึ่งเป็นของไม่เหลือวิสัย ให้สำเร็จด้วยดีเพราะต้องการคุณภาพมากมายดังกล่าวมา
จึงเป็นพระที่สร้างให้สำเร็จได้ยากยิ่ง คล้ายการบำเพ็ญตนเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจอมปราชญ์
ย่อมยากด้วยการสร้างบารมีไม่ใช่พระสามัญที่สร้างกันทั่วไป แล้วแต่ช่างจะทำอย่างไร
พอเป็นพระพุทธรูปสำหรับบูชาได้ก็แล้วกัน จะได้สำเร็จง่ายๆ
อันพระพุทธรูปที่ใหญ่ และงามพร้อมด้วยมหาปุริสลักษณะ เป็นศิริมงคลให้เกิดศรัทธาเลื่อมใสแก่ผู้ใดทอดทัศนา
สักการะเคารพและนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเป็นพระหล่อปิดทอง
เช่น พระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจังหวัดพิษณุโลก ก็ว่าหล่อยากนักหนา
ตามประวัติว่าหล่อถึง ๔ ครั้ง และมีเทพารักษ์ช่วยจึงสำเร็จ พระมีหลายชั้นหลายอย่าง
พระปั้นพระพิมพ์ด้วยดินและด้วยเกษรด้วยปูนประสมก็มี พระหล่อ พระปั้นด้วยโลหะต่างๆ
ก็มี ทั้งรูปงามทั้งไม่งาม เช่นพระเครื่องรางที่นิยมว่าขลังศักดิ์สิทธิ์
คงกะพันชาตรี และเมตตามหานิยมก็มี สักแต่ว่าเป็นรูปพระ ไม่ได้ลักษณะและคุณสมบัติที่จะจูงให้ศรัทธาก็มี
เช่นพระสำหรับแก้บนหรือสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเช่ากันที่สะพานหัน แม้พระที่หล่อด้วยโลหะองค์ใหญ่แต่ไม่ได้ลักษณะและคุณสมบัติ
ก็ไม่ก่อให้เกิดเลื่อมใส มักไม่สำเร็จประโยชน์แก่ใคร ที่ซ้ำร้ายทำให้เกิดโทษแก่คนเขลา
เพราะกล้ำกรายล่วงเกินไม่เคารพและดูหมิ่นเกลียดกลัวดังนี้ พระเหล่านั้นสร้างไม่สู้ยาก
เพราะไม่ต้องลงทุนทรัพย์สมบัติและลงแรงมาก ไม่ต้องใช้ความคิดสติปัญญาสักเท่าไรก็สร้างได้
ถึงพระสงฆ์ก็เหมือนกัน พระสงฆ์ที่บวชปฏิบัติดีจริงๆ ศึกษาอบรมจริงๆ จนเป็นผู้สามารถทำตนให้บริสุทธิ์สะอาดห่างไกลจากโลกโกรธหลง
และมีเมตตากรุณาช่วยสอน ช่วยปกครองเลี้ยงผู้อื่นให้ได้ความสุข พ้นจากทุกข์ภัย
เป็นกำลังในการเผยแผ่พระศาสนาก็หาได้แสนยาก เพราะต้องสร้างคนด้วยความลำบากยากยิ่งนัก
แต่ที่บวชสักแต่ว่าพอเป็นนิสัยปัจจัย บวชตามประเพณี บวชเพราะขัดบิดามารดาไม่ได้
บวชเพื่อจะเอาใจบิดามารดา ไม่ปราถนาเพื่อจะขัดเกลากิเลสสันดานให้สะอาด
บวชเพื่อพักผ่อน หรือบวชตามเพื่อนเล่าเรียนเพื่อเอาประโยค เอาชื่อ เอาเกียรติเพื่ออามิสมิได้คิดจะฝึกหัดกายวาจาใจ
ให้เรียบร้อยสะอาดประณีต ไม่สมบูรณ์ด้วยลักษณะเหล่านี้หาง่าย บวชง่าย
สึกง่าย เป็นธรรมดาโตยแท้ ที่ของเลวหาง่าย แต่ของดีหายากสร้างทุกอย่างไป
ภาษิตโบราณจึงกล่าวไว้ว่า พลอยหินเพชร์นิลมิได้มีทุกภูผา แก่นจันทร์กฤษณามิได้มีทุกหมู่ไม้
มีธรรมของสัตบุรุษ คนดีที่เป็นสัตบุรุษก็หายาก ที่เป็นบุรพการี และกตัญญูกตเวทีก็หายาก
คือคนทั้งโลกมากมาย แต่จะอุปการะเราก่อนมีไม่มีกี่คนที่รักเรา อนุเคราะห์เราก่อน
ก็คือบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ประเทศชาติ ผู้ปกครอง ประเทศโดยธรรมมีพระมหากษัตริย์เป็นต้น
เหล่านั้นนอกนั้นก็อาศัยพระพุทธศาสนาปกครองน้ำใจ ให้พวกเราโดยมากรู้จักเมตตาปราณีผ่อนผันสั้นยาวไม่เอาแต่ความพอใจของตนเป็นประมาณ
ส่วนผู้กตัญญูกตเวทีเล่าก็มีน้อย พึ่งเห็นบุตรธิดาที่บิดามารดาเลี้ยงได้ตั้ง
๑๐ คน แต่ ๑๐ คนนั้นมักเลี้ยงบิดามารดาไม่ค่อยได้ที่จะคดสนองคุณอุปัชฌายอาจารย์ก็น้อยร้อยละ
๑๐ ก็ทั้งยาก ประชาราษฎร์กับประเทศชาติก็เหมือนกันที่มีใจเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
และกล้าเสียสละนั้นก็มีน้อย ถึงพุทธศานิกก็เช่นกัน ได้รับร่มเงาเยือกเย็นเป็นสุขจากพระพุทธศาสนามาก
แต่น้อยคนจะเห็นคุณแล้วคิดตอบแทนเมื่อเป็นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าโลกจะมีแต่เสื่อมโทรมแต่หาเป็นเช่นนั้นไม่
เพราะของดีมีคุณค่าสูงย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จกว้างขวางพ้นประมาณ คนดีคนเดียวอาจดีกว่าคนทรามตั้งพันตั้งหมื่นตั้งแสน
เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง แม้พระสงฆ์สาวกที่ทรงคุณควรบูชา
ก็ดีกว่าผู้ไม่มีคุณควรบูชา ดังพระพุทธภาษิตตรัสไว้ว่า ความบูชาท่านที่มีตนทรมานฝึกฝนดีแล้วแม้ครู่หนึ่ง
ก็ดีกว่าผู้บูชาท่านที่มอมแมมด้วยกิเลส ด้วยทรัพย์วันละพันๆ สิ้นร้อยปี
ถึงพระพุทธรูปๆ เปรียบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวกัน แต่สร้างให้มีลักษณะคุณภาพต่ำแล้วแสนองค์
ก็สู้องค์ที่สร้างใหญ่มีลักษณะได้ส่วนดี พร้อมทั้งคุณภาพองค์เดียวไม่ได้
เพราะฉะนั้น ควรสำคัญเห็นว่าของดีหาได้ยาก ทำยาก เป็นส่วนที่ควรสงวน
ควรเคารพสักการะบูชาเพื่อเป็นปัจจัยให้สำเร็จประโยชน์และความสุข แก่ตนและคนเหล่าอื่นทั้งประเทศชาติศาสนาต่อไป
แล้วเป็นผู้ที่หาโอกาสสร้างของดี สร้างของใหญ่พร้อมด้วยคุณภาพเพื่อให้สำเร็จประโยชน์สุขกว้างขวาง
ตลอดกาลนานฯ
ขอทุกท่านที่ได้มีศรัทธาร่วมใจกัน ออกกำลังทรัพย์ กำลังแรง กำลังความคิด
สร้างพระพุทโธ จอมมุนี ฯลฯ บรมนารถศาสดาพระองค์นี้ และสร้างอุโบสถพระบรมธาตุเจดีย์มหาปูชนียสถาน
ณ วัดสารนารถธรรมาราม อันเป็นเครื่องเกื้อกูลแก่กุศลสัมมาปฏิบัติ พร้อมด้วยผู้อนุโมทนา
จงเป็นผู้สมบูรณ์พูลสุข พ้นจากทุกโศกโรคภัย ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัยและกุศลที่ได้ร่วมใจกันสร้างนี้
มีลาภผลที่พึงยินดีในการประพฤติความโดยชอบไม่จืดจาง จนได้ถึงความเกษมนิรันดร์ทั่วกันเทอญ.

วัดสัมพันธวงศ์ พระนคร