<%@ Page Language="VB" ContentType="text/html" ResponseEncoding="windows-874" %> จ่าทัยไขอดีต......เล่าสภาพบ้านเรือนสามย่านและบริเวณใกล้เคียง
             
       



          ตลาดสามย่านมีถนนสุขุมวิทผ่านจากระยองไปจันทบุรี ถนนยังไม่ได้สร้าง ไม่เพียงพอ มีทางเกวียนและคนเดินได้เป็นบางตอน ฟากซ้ายมือมีบ้านอยู่ห่างๆ กันไม่ติดถนน มีต้นลำมะลอกใหญ่ติดริมถนน 1 ต้น เลยไปเป็นที่ว่างไปถึงทางลากไม้ ข้ามทางลากไม้มีบ้าน นายอินทร์ หิริโอตัปปะ 1 หลัง ต่อไปเป็นสวนยางพารายายนิด สวนยางยายเป้า ต่อไปเป็นที่ว่างไปติดริมหนองจั่น
           ส่วนฟากขวามือมีบ้านตาเบ้ มุกดาสนิท ไม่ติดถนน เลยไปเป็นที่ว่างไปถึงสวนยางผู้กองคำ ประเสริฐสุด และที่ว่างไปถึงทางลากไม้ ข้ามทางลากไม้เป็นสวนยางนายอินทร์ไปติดสวนยางยายเล็กติดสวนยางตาหลี มีบ้านอยู่ในสวน 1 หลัง ไปติดสวนผลไม้ตาเก๋งติดหนองจั่น ริมหนองจั่นอีกฟากหนึ่งมีทางเกวียน สองข้างทางมีบ้านเรือนและสวนอยู่ห่างๆ กัน
          ส่วนทางไปจันทบุรีด้านซ้ายมือมีบ้านตาชม พงษ์แพทย์ ปลูกอยู่ติดถนน ข้างบ้านเป็นที่ว่างไปติดท้องนาไปถึงคลอง ด้านขวามือเป็นหนองน้ำตลอดไปถึงคลองไม่มีสะพานข้ามคลองข้ามคลองไปเป็นท้องนาเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีบ้านเรือนไปถึง ทางแยกไปวัดโพธิ์ทอง ถนนเลยไปผ่านบ้านดอนมะกอก
           จากถนนสุขุมวิท ตรงข้ามทางแยกเข้าตลาดสามย่านเป็นทางเดินผ่านบ้าน 4 – 5 หลัง ไปถึงวัดสารนารถธรรมารามเป็นป่าโปร่ง อุโบสถอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง เลยไปเป็นสวนยางพารา
          หัวมุมเข้าตลาดสามย่านเป็นถนนกว้าง สองหัวมุมไม่มีบ้านเรือน ฟากขวามือห่างหัวมุม 2 – 3 เส้น มีบ้านขุนเศรษฐิศักดิ์โก กำนัน 1 หลัง ต่อไปเป็นป่าละเมาะและกอไผ่ไปมีบ้าน นายไว้ รื่นรมย์ ที่ดินอำเภอ ต่อไปเป็นป่าละเมาะและกอไผ่ไปมีบ้านนายเอี๋ยม สรรค์วงษ์ ใกล้กันมีบ้านหมอหิ้งหมอแผนโบราณ บ้านเจ๊กห้าวและบ้านอีกหลังหนึ่งติดทางลากไม้โรงเลื่อยพงษ์เกษม
 
             ส่วนทางด้านซ้ายมือเยื้องบ้านขุนเศรษฐิศักดิ์โก อยู่คนละฟากถนนเป็นบ้านจ.ส.ต.ฟอง ต่อจากนั้นเป็นป่าระกำไปถึงทางแยกเข้าบ้านตาประเสริฐ ยินดี ปลูกอยู่ในซอยมีบ้านนายจัน ภารโรงอำเภอ บ้านตาหร่าย บ้านนางสุดใจ อยู่ใกล้กัน ในสวนหลังบ้านเป็นนาและหนองน้ำไปติดถนนสุขุมวิทด้านติดถนนทางเดินเป็นป่าละเมาะและสวนไปถึงบ้านตาวาส ทัศนมณเทียรหลังบ้านเป็นบ้านนายขวัญ นายม้า โรงเลื่อยนอนโรงเลื่อยพงษ์เกษม หลังบ้านเป็นท้องนาและหนองน้ำตลอดไปถึงถนนสุขุมวิทและลำคลอง ข้างบ้านตาวาสมีที่ว่างเล็กน้อยถึงบ้าน จ.ส.ต.สุข หาญณรงค์ หลังบ้านติดนายสวัสดิ์ ฉัตรภูติ ข้างบ้านติดทางลากไม้โรงเลื่อย พงษ์เกษม ทางลากไม้ตัดข้ามถนนผ่านบ้านที่ติดกับเจ็กห้าวกับเขตสถานีตำรวจหลังบ้านเจ็กห้าวมีต้นกระท้อนใหญ่ 2 ต้น ใต้ต้นกระท้อนเป็นโรงงานทำกระเบื้องเจ็กไฮ้ ริมทางลากไม้อีกข้างหนึ่งเป็นบ้านนายสุ่น สรรค์วงษ์ หลังบ้านเป็นสวนส้มเขียวหวานติดเขตสถานีตำรวจ ทางลากไม้ไปผ่านสวนยางพารา ใกล้บ่อพนันกัดปลาเข็มตาเอี๋ยม สรรค์วงษ์ เลี้ยวขวาผ่านสวนยางพาราไปผ่านใกล้บ้านนายอินทร์ หิริโอตัปปะ แล้วข้ามถนนสุขุมวิทไปบ้านหนองแตงโม ผ่านบ้าน 4 – 5 หลัง ผ่านสวนยางพาราปลัดผล ผลารุจิ เลยไปป่าไม้
             รถลากไม้ไม่ได้ใช้น้ำมัน เพราะเป็นสมัยสงครามไม่มีน้ำมันขาย ใช้ถังเหล็กตั้งท้ายรถโตกว่าต้นมะพร้าวสูงขึ้นไปเลยหลังคาคนนั่งขับข้างบนมีฝาเปิดปิดได้สำหรับใส่ถ่าน ข้างล่างมีช่องปิดเปิดได้ มีเครื่องเป่าลมเข้าถัง ใช้แรงคนหมุน บางครั้งไปป่าแล้วกลับไม่ได้ต้องเอาช่างไปแต่ง สมัยอยู่ระยองก็มีรถตาหยกวิ่งโดยสารระหว่างระยอง – บ้านค่าย ใช้ถ่านเหมือนกันปั่นถ่านเสียงดังแต่เช้ามืด
             ข้ามทางลากไม้เข้าตลาดสามย่านมีบ้านชั้นเดียวยกพื้นอยู่ติดริมทางลากไม้ มีตำรวจเช่าอยู่ติดกับร้านค้าเจ๊กไต้เม้งและร้านค้ายายจืด ต่อจากนั้นเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงอยู่ห่างๆ กัน 3 หลัง มีบ้านสองชั้นอยู่ตรงข้ามสถานีตำรวจก็เป็นบ้านยกพื้นหลังบ้านมีต้นกระท้อน ต้นมะปริงไปถึงใกล้ชายคลอง ต่อไปมีบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงเก่าๆ 2 หลัง ใกล้ทางเกวียน หัวมุมไม่มีบ้านเรือน เลี้ยวซ้ายตามทางเกวียนมีบ้านยกพื้นใกล้กัน 3 หลัง ติดบ้าน 2 ชั้น 1 หลัง ห่างไปหน่อยมีบ้านชั้นเดียวยกพื้นต่ำเจ๊กบู๊ ทำหมูขายเช่าอยู่ ใกล้กันมีบ้านที่คนงานโรงเลื่อยอยู่ริมชายคลอง 1 หลัง สองข้างบ้านพักคนงานริมชายคลองเป็นคอกเลี้ยงหมูยกพื้นปูด้วยไม้กระดานมีไม้กั้นเป็นคอกๆ ตลอดริมบริเวณชายคลอง เลี้ยงเสร็จแล้วใช้น้ำคลองสาดให้ขี้หมูลงคลอง

            ด้านหัวมุมมีบ้าน 2 ชั้น พื้นซีเมนต์มี จ.ส.ต.วัน นัยทอง เช่าอยู่ ต่อไปตามทางเกวียนมีบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง 1 หลังติดห้องแถวยกชั้นเดียวพื้นซีเมนต์ไปถึงทางเกวียนข้ามทางเกวียนมีฉางเก็บข้าวปลูกลงไปในคลอง 1 หลังตรงข้ามโรงเลื่อยพงษ์เกษมทางเกวียนผ่านหน้าฉางข้าวบริเวณเป็นที่กว้างมีต้นมะม่วง ต้นลิ้นจี่ ต้นชมพู่โบราณ กลางสวนมีบ้านสองชั้น 1 หลัง บริเวณบ้านมีบ่อเก็บน้ำมันยางและมีโอ่งดินโบราณใส่น้ำมันยางจำนวนมาก มีโรงงานทำกระเบื้องว่าวทางเกวียนเลยไปผ่านบ้านเจ็กเอี้ยมอยู่ใกล้สะพานข้ามคลอง
              ทางเกวียนบริเวณหมู่บ้านเก่าต่ำมากหน้าฝนบางครั้งน้ำขังจนเดินลำบาก ส่วนด้านซ้ายมือติดทางลากไม้เป็นบริเวณสถานีตำรวจไปมีบ้านเรือนมีรั้วต้นชาตลอดริมทางเดินผ่านหน้าสถานีตำรวจ
              สถานีตำรวจตั้งอยู่ที่สภาตำรวจหลังเก่าปัจจุบันแต่หลังเล็กกว่า ปลูกเป็นเรือนเรือนไม้ยกพื้นสูงชั้นเดียวทรงปั้นหยาหลังคามุงสังกะสีเก่าเป็นสีแดงมีบันไดขึ้นตรงกลางสถานีมีมุขยื่นคลุมบันได ไม่มีบ้านพัก ตำรวจหาที่อยู่เอง มีกำลังตำรวจประมาณ 20 กว่านาย มีหัวหน้าสถานีเป็นร้อยตำรวจตรีมี จ.ส.ต. เป็นผู้ช่วยสอบสวนคดีอาญา กลางคืนมีตะเกียงโคมรั้วใช้ 1 ดวง สำหรับเสมียนเขียนรายงานประจำวัน

 
            ต่อจากบริเวณสถานีตำรวจมีบ้านชั้นเดียวเก่า 1 หลัง ห้องกลางเป็นพื้นดินอัดแน่น มีพื้นห้องริม 2 ห้อง ตำรวจเช่าอยู่ ต่อไปเป็นที่ว่างติดทางเกวียนผ่านข้างศาลเจ้าหลังศาลเจ้ามีบ้าน นายต๋อง แซ่ตั๋น มีแป๊ะเฉียวอยู่ บริเวณหลังบ้านเป็นสวนเงาะโบราณตลอดหลังบริเวณสถานีตำรวจ เลยตามทางเกวียนซ้ายมือเป็นสวนยางพารายายปลื้ม ฉายาชวลิต ตรงข้ามขวามือเป็นสวนเงาะเถ้าแก่หลาย เจริญขวัญ ติดกับสวนยางตากิ่ม กางกั้น ต่อไปเป็นสวนยางคุณนาย ตาบ พราหมทัศน์ สวนยางเจ๊กจื้อ สวนยางยายเสริม บุญนิมิตร ถึงสวนยางตาป้อม อังศุสิงห์ บ้านทุ่งไอ้ลีบ เลี้ยวซ้ายผ่านสวนยางตาแจก เจริญรวยไปบ้านชากลางหีบผ่านบ้านเจ๊กเสี้ยวปลูกอยู่ในสวนเงาะ ติดทางเกวียนไปบ้านวังหว้า ข้ามทางเกวียน 2 ข้างทางเป็นไร่และสวนยางพารามีบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กันไปผ่านหลังโรงเรียน แกลง “วิทยสถาวร”
ออกทางไปวัดพลงช้างเผือก ยางไม่มีคนกรีดอยู่ระหว่างพลางไฟสงคราม ยางแผ่นขาดไม่ได้คนกรีดยางใช้ไต้ไม่มีตะเกียงแก๊สใช้
           อำเภอแกลงอยู่ที่อำเภอเก่าปัจจุบันแต่หลังเล็กกว่าเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงมีบันไดขึ้นตรงกลางหน้าอำเภอ หลังคามุงกระเบื้องว่าวมีมุขยื่นมาคลุมบันได ข้างอำเภอมีบ้านนายอำเภอ 1 หลัง ปลูกเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงใกล้กันมีบ้านสมุหบัญชีอำเภอปลูกเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงเช่นเดียวกัน แต่หลังเล็กกว่า ส่วนข้างอำเภออีกด้านหนึ่งมีบ้านปลัดอำเภอปลูกเป็นเรือไม้ยกพื้นสูงมีมุขยื่นมาที่ห้องริม ด้านหน้าอำเภอซ้ายมือเป็นสุขศาลาอำเภอปลูกยกพื้นต่ำชั้นเดียวมีทางผ่านจากตลาดสามย่านไปสุขศาลาหน้าสุขศาลามีบ่อน้ำ 1 บ่อ ไม่มีปลอกซีเมนต์ มีหลังคาคุมมีรั้วล้อมรอบบ่อ มีลอกฉุดน้ำ สำหรับให้ชาวบ้านใช้  
้            จากอำเภอมีทางไปสถานีตำรวจผ่านสุขศาลาข้ามทางเกวียนผ่านหน้าศาลเจ้าไปถึงสถานีตำรวจ
            หน้าอำเภอเป็นสนามหญ้ากว้างไปติดหลังห้องแถวหน้าอำเภอ บริเวณหน้าอำเภอใช้เป็นสถานที่ตรวจเลือกทหาร
           ทางจากหน้าอำเภอออกตลาดสามย่านหัวมุมซ้ายมือเป็นร้านเถ้าแก่ชิวจิ้นติดกับเถ้าแก่จื้อ นายต๋อง แซ่ตั๋น เป็นบ้านสองชั้น ติดทางเข้าสุขศาลาอำเภอ ข้ามทางเป็นบ้านตากิ่ม กางกั้น เป็นร้านค้าขายส่งบุหรี่ ติดบ้านตึกชั้นเดียวและติดทางเกวียนเก่า ตรงข้ามด้านขวามือคนละซีกถนนต่อจากบ้าน 2 ชั้นเป็นห้องแถวชั้นเดียวไปติดบ้านเถ้าแก่หลาย เจริญขวัญ เป็นบ้านชั้นล่างคอนกรีตชั้นบนไม้ติดกับบ้านไม้ 1 หลัง ที่ติดกับบ้านยายปลื้ม
            ส่วนด้านขวามือหน้าอำเภอ เป็นห้องแถวเรือนไม้ 2 ชั้น หัวมุมเป็นร้านขายทองเจ๊กฮั้วติดร้านขายอาหารโกชีจีนไหหลำ นอกนั้นเป็นตลาดการค้าติดต่อกันไปถึงตลาดจ่ายอยู่หลังบ้านสมุห์บัญชีและบ้านนายอำเภอ
           ด้านซ้ายมือเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น 3 หลัง ไปติดบ้าน 3 ชั้น เจ๊กซี่รับจ้างซ่อมตะเกียงเจ้าพายุติดบ้านชั้นเดียวเก่ายกพื้นต่ำมียายสาขายก๋วยเตี๋ยวติดกับบ้าน 2 ชั้น อีก 1 หลังแยกซ้ายเข้าซอยตาร่ม คำแหง มีบ้านเรือน 4 – 5 หลัง นอกนั้นเป็นที่ว่างไปถึงชายคลอง
            ตามถนนต่อไปมีร้านค้าติดต่อกันไปถึงซอยตาป้อม ซื่อตรง ซอยอยู่เยื้องตลาดจ่ายเล็กน้อยข้างตลาดจ่ายเป็นที่ว่างไม่มีบ้านเรือน เลี้ยวขวาผ่านหน้าตลาดจ่ายอีกข้างหนึ่งซ้ายมือเป็นสวนไปมีบ้าน 1 หลัง ชั้นเดียวยกพื้นสูงใกล้ทางเกวียนเก่ามีหัวหน้าสถานีตำรวจเช่าอยู่
             เลยตลาดจ่ายไปตามถนนมีบ้านขุนประดับประดิษฐ์การ ต่อไปเป็นโรงเจแล้วเป็นที่ว่างไปถึงบ้านขุนเรี่ยมประศาสตร์ ต่อไปเป็นที่ว่างไปถึงบ้านครูโพธิ์ คีรีเขตร ใกล้ทางเกวียนไป วังหว้า
             สำหรับตามถนนซ้ายมือจากซอยตาป้อมหัวมุมมีบ้านชั้นเดียว 1 หลัง เลยไปเป็นที่ว่างไปถึงบ้านปลัดจันทร์ ฉายารัตน์ ใกล้กับบ้านหมอเอิบ วงษ์พิทักษ์ แพทย์ประจำตำบลทางเกวียนแล้วว่างไปถึงตรงทางเกวียนไปวังหว้ามีบ้านตาปั๋ง อุปถัมภ์ ต่อไปสองข้างทางมีบ้านเรือนห่างๆ กันไปผ่านบ้านหนองกระโดงมีโรงตีเหล็กเจ๊กฮ๊อก 1 โรงเลยไปบ้านพลงช้างเผือกผ่านโรงเรียนวัดพลงอยู่คนละซีกทางกับโรงเรียนแกลง “วิทยสถาวร” อยู่ใกล้วัดพลงช้างเผือก ตรงข้ามทางเข้าวัดพลงมีทางแยกสองข้างทางมีบ้านเรือนอยู่ห่างๆ กันและมีสวนไปถึงบ้านหนองควายเขาหักติดทางเกวียนไปวังหว้า
             ย้อนมาถึงหน้าอำเภอ ถนนทางเดินหน้าอำเภอผ่านถนนที่มาจากสุขุมวิทเป็นสี่แยก หัวมุมซ้ายมือมีบ้านยายปลื้ม เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นต่ำเป็นร้านค้าขายหน้าบ้านริมถนนมีร้านขายข้าวแกงแผงลอย 1 ร้าน ต่อไปติดกันเป็นร้านค้าชั้นเดียวยกพื้นต่ำ 2 หลัง ติดต่อกันมีร้านขายยาแผนโบราณหมอเกลี้ยงไปถึงบ้านสองชั้นเจ๊กธง แซ่ตั๋น ติดกับร้านขายยาหมอ อมร การุญ ขายยาแผนโบราณ เลยไปเป็นร้านขายทองเจ๊กซิวลิ้มมีบ้านเรือนติดต่อกันไปถึง ทางเกวียน เลยทางเกวียนไปเป็นบ้านเจ็กเอี้ยม ร้านค้าของป่าอยู่ริมชายคลอง
            ส่วนหัวมุมขวามือเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หัวมุมมีร้านขายข้าวแกงแผงลอย 1 ร้าน ติดกันเป็นบานยายเป้า เกิดลาภผล ติดกับยายเป้าเป็นห้องเช่าขายยาแผนโบราณหมอจอก ไขศรี และ ร้านค้าตลอดไปถึงบ้าน หลวงแกลงแกล้วกล้าเลยไปชายคลองตรงข้ามเจ๊กเอี้ยมเป็นร้านสหกรณ์อำเภอ หลังสหกรณ์มีที่ว่างเป็นแอ่งมีเรือสินค้าขนาดใหญ่จอดอยู่ในแอ่งเป็นเรือของกลางที่ถูกปลัดอำเภอกับพวกจับมาจากบ้านปากน้ำประแส ข้อหาลักลอบขนย้ายข้าวสารออกนอกประเทศทางทะเล
            สะพานข้ามคลองทำด้วยไม้กลางสะพานทำเป็นที่เปิดปิดได้เพื่อให้เรือใบแข็งเข้าบรรทุกไม้โรงเลื่อยได้ ติดสะพานขวามือมีโรงยาฝิ่น 1 โรง สุดสะพานซ้ายมือมีทางเข้าโรงเลื่อย พงษ์เกษม ต่อจากนั้นเป็นถนนกว้างพอเกวียนหลีกกันได้ สองข้างทางมีบ้านเรือนห่างๆ กัน 10 กว่าหลังไปถึงต้นแมงเม่าใหญ่อยู่ริมทางเดินมีทางแยกไปบ้านแหลมยางระหว่างทางไม่มีบ้านเรือนทางลาดเป็นหลุมเป็นบ่อบางครั้งต้องถลกขากางเกงลุยน้ำ ไปถึงบ้านแหลมยางมีบ้านเรือนปลูกอยู่ตามริมชายคลองเป็นหมู่บ้านใกล้กันบ้างห่างกันบ้าง ไปสุดทางที่บ้านขุนจิตร (โก๋) ติดลำคลองมีท่าข้ามเรือรับจ้างส่งคนโดยสารที่เดินทางมาจากตำบลต่างๆ ไปอำเภอ หลังหมู่บ้านเป็นท้องนาผ่านบ้านในยางปลูกอยู่ตามท้องนาห่างๆ กันมีทางไปออกถนนสุขุมวิท
              จากต้นแมงเม่าไปตามทางสองข้างทางเป็นท้องนา มีสะพานไม้ปูแบบลูกระนาดมีไม้กระดานปูบนข้างละ 2 แผ่น ผ่านบ้านเกาะหนองโบสถ์ปลูกอยู่ห่างทางเดิน 3 – 4 หลังไปถึงถนนสุขุมวิทข้ามตรงไปมีศาลาพักคนเดินทาง 1 หลัง แล้วตรงไปบ้านดอนเค็ดมีบ้านเรือนปลูกอยู่บนเนินหลายหลัง แต่ปลูกไม่เป็นระเบียบข้ามท้องนาถึงวัดโพธิ์ทองข้างวัดมีสะพานยาวผ่านบานตาศรีไปถึงบ้านทางเกวียน
             จากสุขุมวิท ตามทางเกวียนใกล้บ้านตาชม พงษ์แพทย์ ไปผ่านบริเวณวัดสารนารถธรรมารามไปข้ามท้องนาเลยไปขึ้นเนินวัดล้างไปบ้านท่าฉลองไปลงเรือข้ามคลองไปบ้านหนองแหวนเป็นท้องนามีบ้านเรือนปลูกอยู่ห่างๆ กัน
 การตั้งรกรากของผู้คนเชื้อชาติที่มา
 
            ตามหมู่บ้านที่มีตลาดการค้า จะมีชาวจีนและเชื้อสายจีนตั้งรกรากทำการค้าขายและรับซื้อสินค้า คนไทยที่ตั้งรกรากอยู่ตามที่ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวนาบวกชาวสวนทำไร่รับมรดกมาจากปู่ย่าตายาย มีโรงเลื่อยพงษ์เกษม เป็นคนที่อื่นมาทำกิจการค้าไม้ที่เป็นเชื้อสายจีนเมื่อไม้หมดป่าก็เลิกไป
สถาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต  
            ก่อนผู้คนอยู่กันตามปกติตามฐานะอัตภาพ ต่อมาปี 2484 มีสงครามไทยกับฝรั่งเศสและติดต่อกันมาถึงสงครามเอเชียเป็นเวลาหลายปีมีข้อมที่ต้องปฏิบัติตามประกาศใช้กฎอัยการฝึกหลายอย่างมีการพลางไฟเวลากลางคืน ห้ามใช้แสงส่องออกนอกบ้านใช้ได้แต่ในบ้านต้องไม่ส่องเลยเกินไปตามถนนทางมืดทั่วไปสิ่งของเครื่องใช้เครื่องบริโภคต่างๆ หายากและราคาสูงมาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าข้าวสาร น้ำตาล ไฟขีด ถูกพ่อค้ากักตุนขึ้นราคา ต่อมามี การควบคุมสิ่งของบางอย่าง ทางอำเภอเข้าตรวจสอบร้านไหนมีสิ่งของที่ต้องควบคุมมีอะไรเท่าใด ต่อไปมีการประกาศขายของที่ควบคุมให้คนจนในราคาถูก ร้านใดเปิดขายวันไหนทางอำเภอจะแจ้งให้ชาวบ้านทราบและควบคุมการขาย คนซื้อต้องมีคูปองหรือหนังสือจากอำเภอว่าจะซื้ออะไรแล้วมายื่นขอซื้อจากร้านที่ขายแย่งกันซื้อบางคนก็ได้ตามต้องการบางคนก็ซื้อไม่ได้ ทางร้านบอกของหมด คนจนส่วนมากไม่ค่อยมีเสื้อผ้าใช้ อยู่บ้านใช้เสื้อผ้าเก่าๆ นักเรียนใช้เสื้อผ้าเก่าๆ

ปะก้น ปะหลัง แม้แต่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เวรยามอยู่สถานีใช้เครื่องแบบที่ทางราชการจ่ายให้กางเกงขาสั้น เสื้อแขนสั้นเป็นผ้าฝ้ายย้อมสีใช้ไม่เท่าไรลอกเกือบจะขาว เครื่องแบบส่วนตัวมีเป็นบางคนจะเก็บไว้ใช้บ้างโอกาส ต่อมาทางอำเภอมีนโยบายขายของให้คนจนราคาถูกเปิดขายเดือนละครั้ง ข้าวสารซื้อได้ครอบครัวละ 5 ลิตร น้ำตาลซื้อได้ครอบครัวละ 1 กิโลกรัม ไฟขีดซื้อได้ครอบครัวละ 2 กลัก ซื้อได้จากร้านสหกรณ์อำเภอคนที่ไม่พอกินพอใช้ต้องเที่ยวหาซื้อเอง ราคาแพงหน่อย ขายไม่เปิดเผยหลังร้านสำหรับข้าวสารพอหาซื้อได้มีชาวบ้านซ้อมมือเอามาขาย
              คนจนทำเหล็กไฟใช้เอง มีเหล็กแบนกว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาว 4 – 5 นิ้ว หนาประมาณครึ่งเซ็น ใช้กระบอกไม้ไผ่แล้วแต่ความต้องการปลอกผิวออกให้เหลือบางใช้ปุยนุ่นอัดแน่นกระบอกเอามาสีขีดกับก้อนหินเนื้อแข็งเล็กๆ ทำให้มีเปลวไฟออกไปติดนุ่นในกระบอกทำให้มีไฟใช้จุดบุหรี่สูบได้

การประกอบอาชีพ ค้าขาย การทำมาหากินของผู้คนและสินค้า  
             ที่ไหนมีตลาดหรือหมู่บ้านหนาแน่นจะมีคนจีนและเชื้อสายจีนไปตั้งร้านค้าและ
รับซื้อสินค้าของต่างๆ คนไทยมีอาชีพทำนามาก ทำไร่ ทำสวนก็มีแต่ไม่มาก และอาชีพรับจ้างก็มี ทั่วไป ว่างจากทำนาเข้าป่าเก็บหาของป่าขายตัดทวาย ตักน้ำมันยาง เลื่อยไม้เป็นแผ่นขาย อาชีพขุดเรือ
บาดโกลนขายมีนายทุนออกทุนให้ก่อน ใกล้ทะเลทำโป๊ะ ทำอวน วางเบ็ด ราวทอดแห หาหอย หาปูขาย ทำการค้ากับต่างจังหวัดใช้เรือใบแข็งเดินทะเลบรรทุกสินค้าไปขายกรุงเทพฯ มีน้ำมันยางที่ได้จาก
ต้นยางในป่าเป็นปี้บ ชันยาเรือหวายต่างๆ ไม้แก่นทำค้างพลู ค้างพริกไทย ถ่านไม้โกงกาง ไม้ค้างจากป่าชายเลน เรือใบแล่นถึงสมุทรปราการ ต้องจ้างเรือกลไฟลากจูงไปถึงแพท่าเทียบเรือที่กรุงเทพฯ ทั่วไปและกลับมาถึงสมุทรปราการมีบริษัทรับจ้าง เรือแดงเป็นของบริษัทรับจ้าง เรือจรก็มีรับจ้างราคาถูกกว่า ถ้าเรือลำไหนจ้างเรือจรลากต่อไปอาจเดือดร้อนถูกกลั่นแกล้งต่างๆ เที่ยวกลับบรรทุกสินค้าตามพ่อค้าสั่ง การซื้อเอาหนังสือไปยื่นให้ที่แพจะจัดการให้ มีเสื้อผ้า หอม กระเทียม น้ำตาลปี้บ น้ำอ้อย เป็นกระสอบและสิ่งของต่างๆ หลายอย่าง บางครั้งก็โอ่งใส่น้ำมาขายมีสีแดงสีขาว โอ่งปูน เรือบาดโกลน แจวโกลน นิยมไปขายฝั่งธนบุรี บางปะกง บางบ่อ บางพลี คลองด่าน มีพ่อค้าติดต่อจ้างบรรทุกไปส่งเที่ยวกลับซื้อจากมุงหลังคาบ้านมาขาย บางครั้งก็ไปบรรทุกน้ำอ้อยแห้งเป็นกระสอบที่จังหวัดชลบุรีมาขาย
วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ของผู้คน  
            หมู่บ้านต่างๆ มีประเพณีคล้ายคลึงกัน จะมีผิดวันบ้างก็เป็นบางงาน งานบวชนาคมีวันเริ่มงานแขกที่มาช่วยจะมากันในเย็นวันเริ่มงาน เจ้าภาพจะจัดสำรับไว้ต้อนรับ ใครมาถึงก่อนกินก่อน เวลากลางคืนมีการทำขวัญนาค เวียนเทียน วันรุ่งขึ้นเลี้ยงพระเช้า พระเพล แล้วนำนาคไปบวช เวลากลางคืนบางงานจะมีลิเกหรือหนังสดฉลองพระบวชใหม่แสดงกลางแจ้งให้คนดู วันรุ่งขึ้นเลี้ยงพระบวชใหม่ แล้วจะมีลิเกหรือหนังสดแสดงอีก 1 วัน หมดพิธี
              งานแต่งงานก็มีวันเริ่มงานเลี้ยงแขกที่มาช่วยเช่นเดียวกัน รุ่งขึ้นแต่งแล้วหมดพิธี
              วันสงกรานต์เช้าไปทำบุญที่วัดแล้วก็ไปตามหมู่บ้านญาติผู้ใหญ่หรือไปเที่ยวตามหมู่บ้านที่มีจัดให้มีการเล่น บางแห่งก็จัดตามวัด การเล่นก็มีสะบ้าชุด สะบ้าทอย บางหมู่บ้านเวลากลางคืนมีการเล่นเชิญผี เอาสาวๆ มาเป็นทรง มีคนเชิญคนร้อง เมื่อผีเข้าคนทรงจะรำดาบ เพลงที่ร้อง คนดูก็จะตบมือสนุกสนานกับการเที่ยวไปได้ไม่ไกล เพราะต้องเดินเท้า การสาดน้ำก็มีวันทำบุญฉลองเจดีย์ทรายหรือวันทำบุญส่งท้ายเท่านั้น สาดกันพอเปียกไม่มากถึงแฉะ
                งานทอดกฐินก็เช่นเดียวกัน มีวันเริ่มงาน วันทอด และวันฉลอง งานทอดกฐิน บาง หมู่บ้านคนมีเงินจะทำงานใหญ่ มีการแห่ทางน้ำ วันทอดเช้าจะขนเครื่องกฐินลงเรือลำใหญ่ลอยไปตามน้ำ จะมีเรือพายในลำคลองเดียวกัน มาแข่งขันกันตามบริเวณใกล้เรือกฐิน ตอนบ่ายใกล้เวลาทอดจะมีการแข่งเรือกฐินกัน มีเรือพวกของทางวัดที่กฐินจะไปทอดพวกหนึ่ง และมีเรืออีกพวกหนึ่งจะแย่งเอาไปทอดวัดตนเอง เรือกฐินมีเชือกยาวผูกหัวผูกท้ายอาศัยความร่วมมือจาก เจ้าของโป๊ะ เจ้าของอวนให้ยืมเชือก ถ้าฝ่ายวัดที่กฐินจะไปทอดแพ้ เจ้าของกฐินต้องเสียค่าไถ่ของไถ่ก็มี ผ้าสบง ธูป เทียน น้ำมันก๊าด และของบางอย่าง แล้วเอาไปทอดผ้าป่าที่วัดตนเองกัน พอมีสงครามเกิดขึ้นแล้วประเพณีนี้หายไปเลย
                งานผ้าป่ากลางน้ำ มีที่ปากน้ำประแสแห่งเดียว ถึงวันมีผ้าป่ากลางน้ำ ชาวบ้านปากน้ำพังราด ท่ากง กองดิน ถนนสูง และตามหมู่บ้านที่มีเรือแข่งจะไปปากน้ำประแสกันแต่เช้า เอาเรือพายไปแข่งขัน จะแพ้หรือชนะก็ได้ของมาทอดผ้าป่าที่วัดตนเอง
มหรสพ โรงหนัง โรงละคร การแสดง  
                การแสดงลิเก ละครที่เก็บเงินค่าผ่านประตูมีที่ตลาดปากน้ำประแสแห่งเดียว ที่อื่นไม่มีการแสดงกลางแจ้งไม่เก็บค่าดูมีเป็นบางครั้งต้องเป็นงานต่างๆ ที่เจ้าภาพหามาแสดงหรือตามงานวัด
การเดินทางในอดีต การคมนาคมขนส่ง ถนนหนทาง การเดินทางน้ำ  

                การไปมาหากันเดินด้วยเท้า ขี่ม้าหรือเกวียนไปตามทางเกวียนบ้างตามทางคนเดินบ้าง บางหมู่บ้านเดินตามคันนา มีถนนสุขุมวิทผ่านเดินได้าจากตลาดเย็น ผ่านบ้านดอนเค็ดไปบ้านดอนมะกอกเป็นหมู่บ้านไปสุดที่บ้านขุนตรวจอยู่ริมชายคลอง ตรงข้ามบ้านผู้ใหญ่หลง คนละฟากถนสุขุมวิท มีร้านค้าเล็กๆ สิ่งของที่ขายซื้อจากตลาดสามย่าน ใช้คนหาบหรือเกวียนขน มีสะพานข้ามคลองปูแบบลูกระนาด มีไม้กระดานปูบนข้างละ 2 แผ่น เกวียนข้ามได้ ขวามือผ่านบ้านพันจำ ไปผ่านบ้านหนองกะพ้อ บ้านเนินเขาดิน มีบ้านห่างๆ กันไม่มาก มีร้านค้าเล็กๆ ของที่ขายซื้อจากปากน้ำประแส ใช้คนหาบหรือเกวียนข้ามคลองมีสะพานไม้แบบลูกระนาด มีไม้กระดานปูบน 2 แผ่น เกวียนข้ามได้ผ่านบ้านป่าเตียนไปบ้านเนินสมบูรณ์มีร้านค้าเล็กๆ ของที่ขายซื้อจากปากน้ำประแส ใช้คนหาบหรือเกวียนขน เลยไปมีคลองชากขุนวิเศษมีสะพานเล็กๆ ไปบ้านกองดินอยู่ริมชายคลองกองดิน การเดินทางส่วนมากใช้เรือแจว เรือพายติดต่อซื้อขายกับชาวปากน้ำพังราด บ้านถนนสูงฝั่งอำเภอท่าใหม่บางครั้งก็ไปปากน้ำประแส เอาเรือไปจอดที่บ้านท่ามะกอก ใกล้ปากน้ำพังราด แล้วเดินข้ามไปปากน้ำประแสใช้คนหาบ
                 ไปบ้านนา ผ่านบ้านโพธิ์ทองข้ามสะพานใช้ไม้กระดาษปู 2 แผ่น ไปผ่านวัดบ้านนา เลยไปวัดหนองจรเข้เดินด้วยเท้าไปตามทางเกวียน การติดต่อซื้อขายกับตลาดสามย่านใช้คนหาบ
                  จากตลาดสามย่านเดินด้วยเท้าตามถนนสุขุมวิทไปผ่านบ้านหนองจั่น บ้านหนองน้ำขุ่นไปบ้านวังหินเป็นหมู่บ้าน มีทางเดินไปออกบ้านวังหว้า การติดต่อซื้อขายกับสามย่านใช้คนหาบหรือเกวียน ตามถนนสุขุมวิทไปถึงบ้านสองสลึงมีบ้านปลูกอยู่ห่างกัน มีทางแยกไปบ้านสมอโพรง บ้านชากพง สองข้างทางเป็นท้องนามีทางพอเกวียนเดินได้ไปถึงบ้านก้นอ่าวมีเป็นหมู่บ้านอยู่ใกล้ชายทะเล ผ่านวัดพลงไสว การติดต่อซื้อขายกับชาวปากน้ำประแสใช้เรือใบ ติดต่อกับบ้านท่าเรือแกลง ใช้คนหาบหรือเกวียนขน
                  สามย่านไประยองเดินด้วยเท้าม้าหรือเกวียนวัวตามทางเกวียนผ่านบ้านวังหว้า บ้านเนินฆ้อ บ้านชากโดน ผ่านตลาดบ้านไร่เป็นตลาดเล็กๆ การติดต่อซื้อขายกับชาวปากน้ำประแสใช้คนหาบหรือเกวียนไปจอดที่บ้านแหลมสนแล้วข้ามเรือไปปากน้ำประแส เลยไปบ้านกร่ำมีทางแยกขวามือใกล้วัดป่ากร่ำไปผ่านบ้านท่าฝาดผ่านตะกาดหมาหิวผ่านบ้านก้นอ่าวผ่านบ้านท่าเรือแกลง เขตอำเภอเมืองระยอง เดินตามชายหาดไปบ้านเพ ผ่านบ้านในไร่ข้ามสะพานยาวผ่านวัดช้างชนไปออกถนนสุขุมวิท ที่บ้านชนเดินตามถนนผ่านบ้านตะพงเลยไปถึงระยอง
                  ตำรวจเอาผู้ต้องหาไปส่งระยองเดินด้วยเท้าบางครั้งไปพักที่บ้านกำนันท่าเรือแกลง บางครั้งก็ไปพักที่บ้านกำนันเพ บ้านกำนันมีโซ่เวลากลางคืนล่ามไว้กับต้นเสาบ้าน รุ่งขึ้นเดินทางต่อไประยอง
                  มีคดีวิสามัญตำรวจทำให้คนตาย จ้างเกวียนวัวมีเกวียนรับจ้าง ตาร่ม คำแหง ตาปั๋ง อุปถัมภ์ ตาเข้ม รัตนวิจิตร และตาเข่ง ไปรับผู้พิพากษาที่ระยองมาชันสูตรศพ พักค้างระยอง 1 คืน เช้าเดินทางมาสามย่านอีก 1 วัน เสร็จแล้วพักค้างสามย่านอีก 1 คืน แล้วเดินทางกลับ
                   อำเภอนำเงินรายได้ไปส่งจังหวัดจ้างเกวียนวัวบรรทุกไปออกเดินทางสายหน่อย พักค้างวัดพลงไสว ไปเช้าหน่อยพักค้างบ้านกำนันอยู่ใกล้วัดท่าเรือแกลง เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางต่อไประยอง ตำรวจควบคุมเงินเดินตามหลังเกวียน
                   ไปตำบลกระแสบนเดินด้วยเท้าทางเกวียนแยกจากถนนสุขุมวิทผ่านสวนยางผู้กองคำไปบ้านหนองตะเกรา ข้ามหนองโสโครกไปบ้านกระแสบน ไม่มีเป็นกลุ่มอยู่ห่างๆ กัน ท้องที่กระแสบนที่หมู่บ้านป่ายุบอยู่ห่างไกลมากไปติดเขตจังหวัดชลบุรี ก่อนนั้นเป็นท้องที่อำเภอบ้านค่าย ต่อมาโอนมาอยู่อำเภอแกลง ไปป่ายุบต้องใช้เวลาเกิน 1 วันเต็ม มักมีคนร้ายจากที่อื่นมาหลบซ่อนอยู่ ผู้ใหญ่บ้านชื่อนายผุด พนาสน เป็นนักเลงชอบคบคนร้าย เวลามีเรื่องฆ่ากันตาย คนมาแจ้งต้องออกเดินทางแต่เช้ามาพักบ้านกำนันกระแสบน 1 คืน รุ่งขึ้นกำนันจะพามาแจ้งที่สถานีตำรวจต้องพักกับตำรวจอีก 1 คืน รุ่งขึ้นตำรวจจะเดินทางไปแต่เช้า เอากำนันกับแพทย์ประจำตำบลไปด้วย ไปถึงบ้านป่ายุบก็ตะวันตกป่าใช้ไฟไต้ชันสูตรศพเวลากลางคืน กลางวันชันสูตรลำบากแมลงวันชุม สอบถามผู้รู้เห็นเหตุการณ์แล้ว พักค้างป่ายุบ 1 คืน เช้าเดินทางกลับ สองข้างทางเป็นป่าทึบไม่มีบ้านเรือน คนบ้านป่ายุบติดต่อซื้อขายกับชาวบ้านค่ายใช้คนหาบหรือเกวียนไปมาอำเภอแกลง
                    สามย่านไปปากน้ำประแสเดินเท้าตามทางเกวียนไปผ่านวัดพลงช้างเผือก เลยไปเป็นท้องนามีถนนเดินได้สะดวกไปผ่านวัดทะเลน้อย เลยไปข้ามเรือที่ท่าข้ามวัดดอนมะกอกล่างไปปากน้ำประแส การติดต่อซื้อขายกับชาวปากน้ำประแสใช้คนหาบหรือใช้เรือยนต์โดยสาร
                    การเดินทางของชาวบ้านปากน้ำพังราดและบริเวณใกล้เคียงมาอำเภอ มีทางเดินผ่านบ้านทุ่งนาไปข้ามสะพานหนองพองเดินตามทางเกวียนสองข้างทางเป็นป่าชายเลนไปผ่านบ้านดอนมะกอก มีทางเดินไปผ่านบ้านหัวหินแล้วไปข้ามสะพานข้ามคลองมีศาลาปลูกคล่อมสะพานระหว่างบ้านก้นกรอกกับบ้านนาชาชาวบ้านเรียก ศาลาตาส่ง มีป้ายเขียนว่า ศาลาหมื่นฮึก ห้าวหาญ เดินตามทางบ้าง ตามคันนาบ้าง ไปบ้านปากน้ำประแส ลงเรือยนต์รับจ้างต่อไปอำเภอ เข้าไปไม่ทันเรือยนต์ เดินไปข้ามเรือที่ท่าวัดดอนมะกอกล่างไปผ่านวัดทะเลน้อย วัดพลงช้างเผือก ไปถึงอำเภอ บางครั้งงานไม่เสร็จเรือยนต์ออกไปแล้วต้องเดินกลับตามทางที่มา การติดต่อซื้อขายติดต่อกับชาวปากน้ำประแสหน้ามรสุมใช้คนหาบ เวลาคลื่นลมสงบใช้เรือใบขนาดเล็กขนส่ง
                    บ้านกองดินบ้านร้านตากปลา พังราดไทย เกาะลอยเดินด้วยเท้าผ่านบ้านคลองปูนไปข้ามสะพาน คลองลำแพน ผ่านบ้านในไร่ บ้านทุ่งควายกิน ไปข้ามเรือที่ท่าข้ามบ้านขุนจิตร (โก๋) แหลมยางแล้วเดินไปอำเภอ การซื้อขายติดต่อกับชาวปากน้ำประแส
                    บ้านคลองปูน ปากทางหลวงไปอำเภอดับเรือยนต์ไปลงเรือที่บ้านปากน้ำประแสเพราะอยู่ใกล้

การสูบฝิ่น ดื่มเหล้า  
                    โรงยาฝิ่นที่ได้รับอนุญาตมี 4 แห่ง ที่ตลาดสามย่าน ตลาดปากน้ำประแส ตลาดปากน้ำ พังราด และตลาดบ้านไร่ ตำบลกร่ำ จะมีการประมูลกันปีต่อปี คนที่ประมูลส่วนใหญ่เป็นคนมีเงิน เครื่องสูบฝิ่นก็มีกล้องสูบฝิ่นยาวประมาณ 1 ศอก เป็นของโพรงมีหัวจุกต่อจากข้างไปใกล้ปลายกล้อง กลางหัวจุกมีรูเล็ก 1 รู สำหรับสูบ มีตะเกียงน้ำมันมะพร้าว มีแก้วกระจกครอบ กว้างพอดีกับตะเกียง ปลายเรียวมีรูที่ปลายแก้วกว้างประมาณ 1 นิ้ว เนื้อฝิ่นเป็นหลอดเล็กบ้างโตบ้าง หุ้มนอกคล้ายอลูมิเนียม เนื้อฝิ่นข้างในเป็นสีดำคล้ายยางมะตอยมี 3 –4 ขนาด เวลาซื้อคนขายจะใช้มีดกรีดยาวตลอด มีเหล็กเล็กขนาดก้านมะพร้าว ยาวประมาณ 1 คืบ เรียกมไม้ตุ๊เกี๊ย สำหรับใช้คลึงฝิ่นกับใบตาลมีหมอบกระเบื้องเป็นสีเขียวฟ้าอ่อนตรงกลางโพรง ด้านหลังเป็นช่องมือจับได้ มีใบตาลอ่อนแห้งตัดเป็นชิ้นกว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาว 3 – 4 นิ้ว สำหรับใช้คลึงฝิ่นรนไฟกับตะเกียงให้ฝิ่นสุกพอดีเป็นเม็ดเล็กกว่าเม็ดมะขาม แล้วกดติดที่ช่องหัวกล้องสูบวางพาดบนตะเกียงให้ฝิ่นอยู่ตรงกลางรูแก้วครอบตะเกียง คนสูบจะนอนดูดฝิ่นหลอดหนึ่งคลึงสูบได้หลายครั้ง สูบไปนอนคุยกันไป คนเมาฝิ่นจะพูดเสียงค่อยอ้อแอ้ เดินไม่เซ คนจีนรับจ้างนิยมสูบกันมาก เข้าทำงานได้ทั้งวัน เย็นกลับบ้านอาบน้ำกินข้าวแล้วค่ำๆ จะมาสูบกัน คนไทยติดฝิ่นก็มีมาก แต่คนไทยติดฝิ่นไม่ชอบทำงาน เมื่อหาเงินซื้อฝิ่นไม่ได้ก็ลักขโมยของชาวบ้านไปขาย
                     การดื่มเหล้า มีทั่วไปทุกตำบล ก่อนมีโรงงานต้มกลั่นสุราอยู่ระยองมีพ่อค้าประมูลขาย เอาเรือไปบรรทุกที่ระยอง แล้วมีลูกค้ารับไปขายตามหมู่บ้าน ต่อมาสมัยสงคราม โรงงานเลิกกิจการมีพ่อค้าลักลอบไปเอาเหล้าจากจังหวัดจันทบุรี มาส่งให้ลูกค้าการขนส่งลำบากลักลอบขนมาได้เป็นครั้งคราวทำให้เหล้าขาดตลาด เหล้าเถื่อนระบาดมากขึ้น คนต้มไม่ต้มไกลบ้านลงเรือไปหมักต้มตามมือคลองที่แยกจากลำคลอง การปราบปรามลำบาก ต้องเดินเท้า เรือของหลวงไม่มี ทางเรือไม่มีทางเหมือนคนเดิน สายสืบไม่แน่นอน การค้นหาลำบาก ชาวบ้านนิยมดื่มสุราเถื่อนมาก เพราะราคาถูกกว่า น้ำเหล้าแรงกว่า ไม่มีเงินก็ซื้อเชื่อกันได้
สำเนียงการพูดแต่ละหมู่บ้าน  
                     สามย่าน ปากน้ำประแส แหลมสน สำเนียงการพูดแทบจะเหมือนกัน หมู่บ้านต่างๆ สำเนียงการพูดก็คล้ายคลึงกัน มีบ้านจำรุง หนองแพงพวย ชากโดน มีเพี้ยนบ้างเป็นบางคำ บ้านกร่ำพูดสำเนียงผิดจากที่อื่นไม่เหมือนหมู่บ้านใด ส่วนมากเป็นผู้หญิง กระแสบนป่ายุบสำเนียงพูดไปอีกอย่าง เหมือนกับชาวบ้านค่าย