| คำบรรยายภาพต่าง ๆ จากนี้ไป มุ่งสู่วัตถุประสงค์ให้เราได้รู้จักสภาพธรรมชาติแห่งพื้นที่ตั้งของเมืองแกลง เพื่อเกิดความเข้าใจร่วมกันและสามารถปรับตัวในยามที่เกิดวิกฤตจากอุทกภัยน้ำล้นตลิ่ง เทศบาลตำบลเมืองแกลง เตรียมนำเรื่องนี้บรรจุเข้าหลักสูตรท้องถิ่นและเผยแพร่สู่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป |
ภาพที่ ๑ |
| ภาพที่๑. อ่างเก็บน้ำประแส อยู่ในเขตอำเภอวังจันทร์ ห่างจากอำเภอแกลงขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ ๒๓ กิโลเมตร เปิดใช้เมื่อราวปี พ.ศ.๒๕๔๕ มีความยาวสันเขื่อน ๒,๕๐๐ เมตร กักเก็บน้ำได้ ๒๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตร และมีความสามารถรองรับน้ำได้สูงสุดได้ ๓๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เหนืออ่างขึ้นไปมีคลองพลู ในเขตอำเภอหนองใหญ่ ชลบุรี และมือคลองน้อยใหญ่เป็นต้นน้ำไหลมารวมกันที่อ่างเก็บน้ำนี้ ด้านทิศตะวันออกค่อนมาทางใต้ของอ่าง แลเห็นเขาชะเมา และถัดขึ้นไปเป็นแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่กินพื้นที่ถึง ๕ จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี สระแก้ว เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำประแส |
ภาพที่ ๒ |
| ภาพที่๒. ความเข้มจางของภาพเป็นเครื่องแสดงระดับธรณีสัณฐานตามตำแหน่งที่ตั้งต่าง ๆ ในย่านนี้ จะเห็นว่า สามตำบลคือ บ้านนา ทางเกวียน ทุ่งควายกินของอำเภอแกลง มีสภาพเป็นที่ลุ่มต่ำ ชื่อตำบลที่กล่าวถึงข้างต้น จึงบ่งบอกถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของผู้คนที่ผูกพันอยู่กับ นา เกวียน และควาย การทำนาจึงเป็นอาชีพที่เหมาะกับลักษณะของพื้นที่ ส่วนธรณีสัณฐานที่อยู่โดยรอบของสามตำบลดังกล่าวนี้ตามภาพ มีระดับที่สูงกว่าก็ทำสวนผลไม้ สวนยางพารากันโดยมาก นอกจากนี้ยังมีมือคลองกระจายอยู่หลายบริเวณซึ่งจะไหลมาสมทบกับคลองประแสเป็นส่วนใหญ่ บางส่วนก็ไหลไปสมทบกับคลองวังหว้า คลองเนินฆ้อ คลองเขาดิน
....ในคราวเดือนกันยายนต่อเนื่องตุลาคม ๒๕๕๔ ที่มีปริมาณน้ำมาก จึงปรากฏมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งขึ้นมาท่วมในบริเวณตำบลวังหว้าด้านทิศใต้ ตำบลบ้านนา ตำบลทางเกวียน ตำบลทุ่งควายกินด้วยเหตุธรณีสัณฐานเป็นที่ลุ่มนั่นเอง |
ภาพที่ ๓ |
ภาพนี้ถอดแผนที่จากภาพที่ ๓ เป็นภาพลายเส้น
ช่วยเพิ่มความเข้าใจ |
ภาพที่๓.น้ำมายังไง...อ่างเก็บน้ำประแสมีการพร่องน้ำ
ใต้สันเขื่อนตามแบบมาตรฐาน (จุดที่ ๑) นอกจากนี้เมื่อน้ำเหนือเขื่อนมีปริมาณมากกว่าที่จะกักเก็บได้ ก็จะมีช่องสปินเวย์ทั้งสองด้านของสันเขื่อนระบายน้ำล้นออกตรงนี้ (จุดที่ ๒) ซึ่งกรณีนี้จะไม่สามารถควบคุมการไหล ของน้ำที่ล้นออกทางสปินเวย์ได้เลย
สำหรับน้ำจากคลองสะพาน (จุดที่ ๓) เกิดจากมือคลองด้านทิศตะวันตกใต้อ่างเก็บน้ำประแส ซึ่งรับน้ำจากพื้นที่ราว ๕๐๐ ตารางกิโลเมตร มาสมทบกับน้ำที่ปล่อยจากอ่างเก็บน้ำประแส ซึ่งน้ำจากคลองสะพานนี้ มีปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ และไม่สามารถควบคุมกำกับการระบายน้ำจากที่นี่ได้ เพียงแต่จุดที่มาสมทบกับคลองหลักนี้ ยังอยู่เหนือจุดวัดปริมาณน้ำ Z.11 ที่เขาวังจิกขึ้นไป (จุดที่ ๔) จึงสามารถตรวจวัดปริมาณน้ำ ก่อนที่จะมุ่งไปสู่ตำบลบ้านนาและตำบลทางเกวียนได้ |
|
ด้านทิศใต้ของจุดวัดปริมาณน้ำ Z.11 ยังมีมือคลองอยู่อีกคือ น้ำจากคลองใช้ไหลผ่านข้างที่ ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลทางเกวียนรอดถนนบ้านบึง แกลงไปรวมกับคลองประแส
เหล่านี้ จึงเป็นแหล่งที่มาของน้ำในคลองประแส ซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำคลองในเขตตำบลบ้านนา ทางเกวียน ทุ่งควายกิน วังหว้า |
 |
ภาพที่ ๔. ตรงไหนที่ได้รับผลกระทบกรณีน้ำล้นตลิ่ง..
เมื่อน้ำล้นตลิ่งเอ่อขึ้น จากสองฝั่งคลองในพื้นที่ สี่ตำบลดังกล่าวแล้ว ที่ได้รับผลกระทบก่อนคือ เขตพื้นที่ทางทิศเหนือ คือตำบลบ้านนาที่บริเวณหมู่ ๑ ย่านโรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย หมู่ ๔ หลังวัดหนองจรเข้เรื่อยมาถึงเขตหมู่ ๑ หมู่ ๑๐ หน้าปากทางเข้าวัดหนองจรเข้ ไปถึงย่านบ้านล่าง |
|
ส่วนในเขตเทศบาลตำบลเมืองแกลง ได้รับผลกระทบ จากกรณีเดียวกันที่บ้านบนเนิน โรงเรียนและวัดโพธิ์ทองพุทธาราม บ้านดอนเค็ดในเขตชุมชนวัดโพธิ์ทองฯ บริเวณท้องนาและบ่อกุ้งซอยดอนมะกอก ส่วนทางฝั่งด้านทิศใต้ถนนสุขุมวิท มีซอยโรงเลื่อย ซอยหนองปรือหลังสภ.แกลง ในเขตชุมชนดอนมะกอก และน้ำจะไหล ไปลงคลองจุดสุดท้าย ที่โค้งยายนางด้านทิศใต้ ในเขตชุมชนบ้านแหลมยาง
นอกจากนี้ ยังมีบริเวณสะพานซอยท่ายายบุญ บ้านบเนิน (ลมโชย) สะพาน ๑๐๐ ปีบ้านตลาดสามย่าน ซอยฝั่งธน ซอยท่าน้ำศาลาต้นโพธิ์ ซึ่งบริเวณทั้งหลายนี้ ล้วนมีที่ตั้งริมฝั่งคลองประแสทั้งสิ้น แต่น้ำจะบ่าล้น ขึ้นมามากน้อยเพียงใด และไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในคลองเป็นสำคัญ |
 |
|
.jpg) |
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนอกจากนี้ ยังมีบริเวณวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา บ้านหนองน้ำขุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลองหนองน้ำขุ่น พื้นที่บริเวณ สำนักงานเทศบาลตำบลทุ่งควายกิน ถึงสามแยกประแส ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลองโพล้ หรือคลองเขาดินที่มีน้ำ เกินปริมาณที่คลองจะรับไหว
กรณีน้ำล้นตลิ่งและบ่าขึ้นมาท่วม จึงเป็นคนละกรณีกับการที่ฝนตกหนักและ ระบายน้ำไม่ทันในเขตชุมชนเมือง ของเมืองแกลง แต่ทั้งสองกรณีพบว่า น้ำจะไม่แช่ขังนานนัก เนื่องจากมีคลองทอดตัวอยู่ทั่วบริเวณ
การเตรียมตัวรับมือกับปัญหาน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งเกิดขึ้นสามรอบแล้ว ในเดือนกันยายน ถึงตุลาคม ๒๕๕๔ จึงต้องมีการสื่อสารสองทาง ระหว่างเขื่อนโครงการประแส กับเจ้าของพื้นที่เพื่อผ่องถ่าย ให้ข้้อมูลสถานการณ์ระหว่างกัน ผู้เกี่ยวข้อง ต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง |
|
| ทั้งการลงพื้นที่ประเมินสภาพ การแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เสี่ยง ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ คือ หอกระจายข่าว รถประกาศเคลื่อนที่ การส่งข้อมูลผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ การติดต่อตรงทางโทรศัพท์ระหว่างกัน การเตรียมแผนการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน การให้คำแนะนำเรื่องระดับพื้นบ้าน ที่ควรจะเป็นเมื่อมีการก่อสร้าง การขุดลอกคลองเพื่อให้สามารถ รองรับปริมาณน้ำได้มากและรื้อถอนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เช่น สวะ กิ่งไม้ให้พ้นคลองเพื่อการระบายน้ำที่ดี
เมืองแกลง เป็นเมืองที่ตั้งริมฝั่งคลอง อิทธิพลของน้ำล้นตลิ่งมีผลถึงขั้นสันนิษฐานกันว่า ทำให้ต้องย้ายที่ตั้งเมืองแกลงเดิมจากบ้านดอนเค็ด หลังวัดโพธิ์ทองพุทธาราม ในปี พ.ศ.๒๔๕๑ สมัยรัชกาลที่ ๕ มาอยู่บนที่ดอนอย่างบ้านตลาดสามย่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน
เมื่อเรามีบ้านเรือนตั้งริมฝั่งคลองฉะนี้แล้ว จึงสมควรที่จะเข้าใจธรรมชาติแห่งเมืองเพื่อปรับตัวเตรียมพร้อมที่จะอยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติฉะนี้แล |